TVXQ...?
ทงบังชินกิ...?
แคสสิโอเปีย...?
ผม...ยังคงมีสิ่งเหล่านี้อยู่หรือ?
อาจฟังดูตลกที่ผมคิดอย่างนั้น แต่...เช้าวันหนึ่งที่ผมตื่นขึ้นมา
เมื่อลืมตา...ก็พบว่า ทุกสิ่งทุกอย่างมันผ่านมา 5 ปีแล้ว...
ทุกๆช่วงเวลา ทุกๆวินาที
เปลี่ยนแปลงเสมอสำหรับพวกเรา...
จากวันแรก...ที่ดูห่างเหิน
จนถึงวันนี้...
ผมเฝ้ามองเหล่าแคสสิโอเปียที่รักของผม เปลี่ยนแปลงไป...
จากเด็กประถม กลายเป็นเด็กมัธยม
จากเด็กมัธยมก้าวสู่รั้วมหาวิทยาลัย
แคสสิโอเปียของผมเปลี่ยนไปมาก ทั้งโตขึ้น และเป็นผู้ใหญ่ขึ้น
มันน่าดีใจ...ผมดีใจกับพวกคุณจริงๆ และดีใจที่ผมได้มีโอกาสเฝ้ามองพวกคุณเติบโตขึ้นอย่างงดงามเช่นนี้
ทว่า...
กาลเวลาไม่ได้ทำให้ร่างกายเปลี่ยนไปเท่านั้น...
มันยังทำให้ "หัวใจ" เปลี่ยนไปด้วย
รุ่นน้องที่เดบิวต์หลังพวกเรามีตั้งมากมาย ทั้งซุปเปอร์จูเนียร์ บิ๊กแบง วันเดอะเกริล์ โซนยอชินแด ชายนี่ ...หลายวงจนผมนับไม่หมด
ผมรู้...ผมรู้ดี
มันผ่านมาตั้ง 5 ปีแล้วนี่นา...
5 ปี...ที่ยาวนาน นานเกินพอที่แคสสิโอเปียของผมจะเปลี่ยนใจ...
มันเป็นความจริง...
ความจริงที่ผมพยายามมองข้ามมันเรื่อยมา...ความจริงที่ว่า 'เรา' ไม่ได้มีกันและกันเหมือนเดิมตลอดไป
ผม...ยังมีแคสสิโอเปียอยู่เคียงข้างรึเปล่านะ?
ไม่สิ...เรา "ทงบังชินกิ" ...ยังมีแคสสิโอเปียของเราอยู่หรือเปล่า?
ทุกครั้งที่ผมมองไปรอบๆตัว ผมยังคงเห็นแท่งไฟสีแดง ทว่า...มันกลับไม่สว่างไสวเช่นเดิม
จุนซูบอกกับผมว่า ผมคิดมากเกินไป ถึงจะอย่างนั้นก็เถอะ...ผมหยุดตัวเองให้เลิกคิดไม่ได้
ทั้งๆที่แท่งไฟก็ยังเป็นสีแดงเหมือนเคย แต่...มันกลับไม่ส่องสว่างในใจผมเหมือนทุกๆครั้ง
ผมไม่ควรร้องไห้...แต่ก็ร้องไปแล้วจริงๆ
ในวันที่ผมล้ม...ผมจะมีคุณคอยให้กำลังใจไหม? แคสสิโอเปียของผม
ในวันที่ผมพลาด...ผมจะมีคุณคอยปลอบใจไหม? แคสสิโอเปียของผม
ในวันที่ผมไม่เหลือใคร...ผมจะมีคุณอยู่เคียงข้างไหม? แคสสิโอเปียของผม
ผม...ยังมีคุณอยู่รึเปล่า...?
5 ปีที่ผ่าน..
มันคงนาน...นานเกินไปแล้วจริงๆ.
เจ็บปวด...
ผมร้องไห้...และไม่อาจหยุดตัวเองได้
จนกระทั่ง...ยุนโฮ
ยุนโฮของผม เดินเข้ามาใกล้...เขาก้มลงและโอบกอดผมเอาไว้เหมือนๆกับทุกครั้ง...ที่ผมเสียใจ
เสียงกระซิบของเขาข้างใบหูของผม ย้ำเตือนให้ผมนึกถึงสิ่งที่ควรจำได้...แต่กลับลืมมันไป
"แคสสิโอเปียของเรา...เคยบอกเอาไว้ใช่ไหม?
ความรู้สึกที่พวกเขามีต่อเรา...ทงบังชินกิทุกคน
มันไม่อาจหาคำไหนมาอธิบาย...
ไม่รู้ว่าจะสรรสร้างคำพูดหรือตัวอักษรแบบไหน...
กลั่นกรองออกมาจากหัวใจไม่ได้...
มันมายมายกว่าคำว่า รัก
เอ่อล้นกว่าคำว่า ห่วงใย
แม้สุดท้ายจะบางเบาเสียยิ่งกว่าคำว่า ตราบนานเท่านาน
แต่...ก็หนักแน่นพอที่จะ คงอยู่เรื่อยไป"
...นั่น...สินะ...
ผม...ลืมมันไปได้ยังไง?
ผมลืม...ว่าแคสสิโอเปียรักพวกเรามากได้ยังไง?
อาจเพราะผมเห็นแท่งไฟสีแดงที่น้อยลง
เสียงตะโกนที่แผ่วลง
และรอยยิ้มยามได้ฟังเพลงของพวกเราน้อยลง...ละมั้ง
แต่...
มันไม่สำคัญอีกแล้ว...
แม้ว่าวันหนึ่ง ผมจะไม่เหลือแคสสิโอเปียของผมเลยซักคน
แม้ว่าวันหนึ่งทุกอย่างจะไม่เหมือนเดิม
ผมควรจำเอาไว้...ใส่สมองและหัวใจของผม...
แม้วันหนึ่งพวกคุณจะลืมเราไป...แต่ครั้งหนึ่ง...พวกคุณก็เคยรักผมมาก...ใช่ไหม?
ผม...และทงบังชินกิทุกคน...ก็จะรักพวกคุณตลอดไป
แคสสิโอเปียของผม...
ทงบังชินกิเป็นของพวกคุณ
และไม่ว่าเมื่อไหร่...
ทงบังชินกิจะพยายามเพื่อพวกคุณตลอดไป
แม้ว่าวันหนึ่งแสงไฟของเรา...จะค่อยๆเลือนหาย
โปรดจำเอาไว้
แสงไฟของพวกคุณ จะยังคงอยู่...
และจะอยู่ในหัวใจของเรา...ตลอดไป
มันจะส่องสว่างแม้ในวันที่มืดมิดที่สุด
และเป็นเหมือนแสงนำทางในวันที่เรา...มองไม่เห็นใคร
เพราะพวกคุณ...แคสสิโอเปียของผม...คุณได้สอนให้ผมได้เรียนรู้...และรู้จักความรักที่แท้จริงแล้ว
ความรัก ไม่ต้องการอะไรเป็นองค์ประกอบ
ไม่จำเป็นต้องรู้
ไม่จำเป็นต้องถาม
ไม่มีอะไรมาวัดได้
และไม่ต้องการแม้กระทั่งเหตุผล
เพราะสิ่งเหล่านั้น ไม่อาจนำมาวัดความรักที่พวกคุณ มี และ เคยมี ให้ผมได้
ขอบคุณ...
แคสสิโอเปียของผม
ผม..ทงบังชินกิ...เรา
...รักคุณ...ตลอดไป
...แคสสิโอเปียคนนี้... .รัก
ทงบังชินกิ.......
ตลอดไป...
..............
ไม่เปลี่ยนเเปลง...............